Archive

Archive for the ‘เรื่องเล่าจากการเดินทาง’ Category

[PS] เรณูนคร ถิ่นนี้ยังมีมนต์ขลังอารยธรรมชาวผู้ไทเรณู

เมษายน 16th, 2012

ทริปนี้เป็นทริปที่เกิดขึ้นอีกครั้ง กับการแบ็กแพคเดินทางหาถ่ายรูปของตัวผมเอง ซึ่งทริปก่อนหากใครที่จำกันได้ เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาผมได้เดินทางไปยัง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อไปเก็บภาพงานผู้ไทนานาชาติ แต่ครั้งนี้ผมก็มา อ.เรณูนคร จ.นครพนม อีกครั้งเพื่อมาเก็บภาพบรรยากาศการเล่นสงกรานต์ของพี่น้องผู้ไทชาวเรณูนคร ดินแดนที่เค้าว่ากันว่าเป็นดินแดนแห่งสาวงาม ดังคำขวัญของชาวเรณูนครว่า “สาวสวยรวยน้ำใจ เลิศวิไลในวัฒนธรรม”

ผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลยกับการที่ต้องนั่งรถทัวร์มาจากกรุงเทพ ในระยะเวลาการนั่งรถที่ยาวนานกว่า 13 ชั่วโมง โดยนั่งเบียดตัวแทบขยับตัวไม่ได้ (นั่งแถวหลังสุดติดมุมพอดี) เพื่อมาที่เรณูนคร เป้าหมายหลักอย่างเดียวคือ “ถ่ายรูป” และมา “ท่องเที่ยว” หนีความวุ่นวายในเมืองหลวง มาเข้าหาวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เป็นกันเองกับคนในท้องถิ่น ถึงตัวผมจะไม่ได้มีปืนฉีดน้ำสีสดใส หรือไปอยู่บนรถเพื่อเที่ยวสาดน้ำให้ใครๆ แต่ผมก็มีแค่กล้องตัวเล็กๆ และกระเป๋าเป้เดินทางที่เอาไว้เก็บภาพแห่งความสุขของผู้คนกับการเล่นน้ำสงกรานต์ของผู้คนในพื้นที่ แล้วนำภาพที่ถ่ายมามาเขียนขึ้นบล๊อกส่วนตัวแห่งนี้ เหมือนเป็นการเขียนบันทึกไดอารีออนไลน์ให้ตัวเองได้อ่าน หรือให้ใครที่หลงเข้ามาได้อ่านได้ยิ้มไป กับภาพบรรยากาศแบบเรียบง่ายของผม

อุปกรณ์ที่ใช้

กล้อง : Canon EOS 450D
เลนส์ : EF 70-200 F4 L IS, Tokina 11-16 F2.8, EF 50 mm F1.4 USM
แฟลช : Canon Speedlite 580 EX II
Program : Mode M (Manual)

อ่านต่อ »

เรื่องเล่าจากการเดินทาง , , , , , ,

[PS] หลงฮักสาวผู้ไท เที่ยวงานผู้ไทนานาชาติที่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์

เมษายน 4th, 2012

และแล้วการเดินทางท่องเที่ยวถ่ายรูปแบบแบ๊กแพคของผมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ในครั้งนี้จุดหมายปลายทางคือ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน “ผู้ไทนานาชาติ ครั้งที่ 1″ วางแผนเที่ยวจำนวน 3 วัน 2 คืน คือ วัน ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ส่วนที่พักไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปนอนที่ไหน คิดแค่ว่าจะไปนอนกับพี่โอ๋ (@Pradangbong Os) เพราะบ้านของพี่โอ๋ก็อยู่ จ.กาฬสินธุ์ อ.บัวขาว ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานเท่าไหร่นัก

การเดินทางในครั้งนี้ผมใช้การเดินทางโดยรถทัวร์ ม4 ค. (รถทัวร์ปรับอากาศชั้น 2) ของบริษัท ขนส่ง (999) จำกัด เหมือนทุกๆ ทริปที่ไป (ก็คนไม่มีรถก็ต้องไปรถทัวร์เป็นธรรมดา 555) อัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 346 บาท ซึ่งรถ ป.2 นี้เป็นรถแอร์ 1 ชั้น ไม่มีห้องน้ำในตัว ซึ่งก็หมายความว่าถ้าคุณปวดท้องหรือปวดฉิ่งฉ่องก็จะไม่สามารถเข้าห้องน้ำที่อยู่ในรถได้ จนกว่าจะถึงสถานีขนส่งของแต่ละที่ (สนุกล่ะ) และรถก็จะจอดทุกๆ สถานีที่ผ่าน ฉะนั้นการเดินทางก็จะช้ากว่าการนั่งรถทัวร์แบบ VIP (ม4 ก.) หรือรถปรับอากาศชั้น 1 (ม4 ข.) แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันศุกร์ที่ 9 มีนาคม 2555

ผมเดินทางมาถึง อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ช่วงเช้าประมาณ 7 โมงเช้า หลังจากการนั่งรถทัวร์ร่วม 12 ชั่วโมงที่แสนนาน หลังจากที่ผมลงรถมาผมไม่รู้จะไปไหนแต่เห็นโรงเรียนกุดสิมวิทยาสารอยู่ใกล้ๆ ผมจึงแบกเป้เข้าโรงเรียนไปหาล้างหน้าแบบตามมีตามเกิดตามก็อกน้ำในโรงเรียน อย่างน้อยๆ ก็ทำให้ผมมีที่ซุกหัวนอนสำหรับคืนนี้แล้ว เหอๆๆ  ผมเก็บภาพวันงานทั้งวัน ตั้งแต่ช่วงประมาณ 7 โมงเช้าของเช้าวันศุกร์วันที่ 9 มีนาคม 2555 ตั้งแต่ตอนที่ลงจากรถทัวร์ ยิงยาวถึงเวลา 1 นาฬิกาของวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2555 ส่วนจะมีภาพอะไรบ้างนั้นไปชมกันเลย

อุปกรณ์ที่ใช้
กล้อง Canon EOS 450D
เลนส์มาตรฐาน EF 50mm F1.4 USM
เลนส์ช่วงเทเล EF 70-200 F4 L IS
เลนส์มุมกว้าง Tokina 11-16 F2.8
แฟลชนอก Canon Speedlite 580EX II

หลังจากที่การแสดงทุกอย่างจบลงจนถึงพิธีมอบรางวัลต่างๆ ก็เท่ากับว่าหน้าที่ของผมได้สิ้นสุดลง ผมก็แบกเป้ (แบกเป้ติดตามตัวทั้งวันแม้แต่ตอนเดินถ่ายรูป) แล้วเดินกลับไปยังโรงเรียนกุดสิมวิทยาสารที่อยู่ข้างสถานที่จัดงานเพื่อหาที่นอน (สนุกล่ะคืนนี้) และหาอาบน้ำ ผมพกสบู่ ยาสระผมเสื้อผ้าพร้อมกับผ้าขาวม้าผืนเก่าเข้าห้องน้ำของโรงเรียนที่อยู่หลังอาคารเรียน เปิด… อ่านต่อ »

เรื่องเล่าจากการเดินทาง , , , ,

มันคือความสุขของการเดินทางแบบ Back pack

มีนาคม 17th, 2012

นอกเหนือจากงานประจำที่ต้องทำงานหน้าคอมเป็นประจำทุกวัน ผมยังมีงานอดิเรกอีกอย่าง นั่นก็คือการเดินทางแบกเป้ไปเที่ยว และหาถ่ายรูป ซึ่งแนวที่ผมสนใจในการถ่ายรูปมากที่สุดคือการถ่ายแนววิถีชีวิตและวัฒนธรรม

หากจะถามว่าอะไรคือเสน่ห์ของการถ่ายภาพแนวนี้ ผมก็ขอตอบว่า เสน่ห์ของมันทำให้ผมได้เดินทางไปในที่ที่ไม่เคยไป ได้เข้าหาผู้คน ได้พูดคุย ได้มิตรภาพ ได้รอยยิ้มแบบพี่น้อง เสมือนหนึ่งเราเป็นลูกหลาน ซึ่งทั้งหมดนี้ ต่อให้คุณไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือทำอะไร ต่างก็สามารถที่จะมาถ่ายภาพแนวนี้ได้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดสำหรับผมแล้ว คือ ต้องเปิดใจ เปิดความรู้สึก ให้เกียรติ มีความน้อบน้อมกับท่านที่กำลังเป็นแบบให้เรา และกล่าว “ขอบคุณครับ” กับแบบ นี่ล่ะเสน่ห์ที่ทำให้ผมหลงใหลการถ่ายภาพแนววิถีชีวิตและวัฒนธรรม แล้วคุณล่ะ?

เรื่องเล่าจากการเดินทาง

[PS] หยุดเสาร์-อาทิตย์ Back pack เยือนถิ่นธาตุพนม จ.นครพนม

กุมภาพันธ์ 23rd, 2012

เงินเดือนออกต้นเดือนพอมีทุนให้ได้ไปเที่ยวแบบสบายๆ ในวันหยุด 2 วันเสาร์อาทิตย์ กับการไปเที่ยวที่งานนมัสการองค์พระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

การเดินทางในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเพื่อนในเพซบุคนามว่า @เจนจิรา ทิพจร ได้โพสต์งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ที่กระดานข้อความของเธอ ว่าจะมีงานช่วงวันที่ 31 ม.ค. 55 ถึง 08 ก.พ. 55 ซึ่งผมก็สนใจอย่างยิ่งที่จะไปเที่ยว จึงได้เอาวันหยุดเสาร์ที่ 4 และอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ มาเที่ยวที่ อ.ธาตุพนม เริ่มกันที่ตั๋วรถทัวร์ของบริษัทขนส่ง ผมจองตั๋วไป-กลับ กรุงเทพ-ธาตุพนม ผ่านทางคอลเซ็นเตอร์ของ ThaiTicket Major (โทรศัพท์ 02-262-3456) และไปรับตั๋วที่โรงภาพยนตร์ Major รามคำแหง ในช่วงเที่ยงของวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ และตกเย็นก็เตรียมของทุกอย่างลงเป้ใบเดิม ทั้งกล้อง เสื้อผ้า และของที่จำเป็นต่างๆ และเช้าวันศุกร์ที่ 3 ได้โทรไปหาจองที่พักล่วงหน้าที่ อ.ธาตุพนม (โทรจองแบบกระชั้นชิดมาก….) แต่โทรไปถามที่ใดก็ไม่มีที่พักเพราะอยู่ในช่วงเทศกาล เลยทำให้ที่พักต่างๆ เต็มหมด เมื่อลองโทรไปถามกับทาง ททท.จังหวัดนครพนม (โทรศัพท์ 042-513490-1) ก็ได้รับการช่วยเหลือเรื่องสถานที่พักให้เป็นอย่างดี โดยแนะนำให้ไปพักที่ตัวอำเภอเมืองนครพนมที่อยู่ไกลออกไปประมาณ 20 กิโลฯ แต่สำหรับคนที่ไม่มีรถอย่างผมคงไม่สะดวกนักในการเดินทาง จึงตัดสินใจว่าจะนอนอยู่ในวัดแทน

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 ซึ่งเป็นวันที่ผมต้องออกเดินทางไปกับรถทัวร์ (รถ ม4.ข เป็นรถทัวร์มาตรฐาน 2 ชั้นจำนวน 4 ตอน จำนวน 50 ที่นั่ง) ปลายทาง อ.ธาตุพนม จังหวัดนครพนม ผมแบกเป้มายังออฟฟิศด้วย เพื่อที่ว่าพอเลิกงานจะได้เข้าหมอชิตเลย โดยผมผมขอเลิกงานก่อนเวลา 30 นาที คือเลิก 17.30 น. เพื่อเผื่อเวลาไว้กันตกรถ เพราะรถทัวร์จะออกจากหมอชิตเที่ยวเวลา 19.30 น.

ทุกอย่างพร้อม กล้องพร้อม ตั๋วพร้อม แต่ที่พักไม่พร้อม ไม่เป็นไรนอนวัดก็ได้

การเดินทางมายัง อ.ธาตุพนม นั้น ทางบริษัท ขนส่ง (999) จะใช้เวลาประมาณ 11 ชั่วโมงครึ่ง ในการเดินทาง โดยจะจอดพักรถ 1 ครั้งที่ บขส.นครราชสีมาและเปลี่ยนพนักงานขับรถเป็นคนที่ 2 (ตามมาตรฐานของ บขส.) และให้ผู้โดยสารได้ทำกิจวัตรส่วนตัวและรับประทานอาหารรอบดึก การพักรถในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ เมื่อเทียบกับการเดินทางกลับบ้านที่สกลนคร เพราะถ้ากลับสกลนคร รถทัวร์จะจอดพักที่จุดจอดรถแถว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555

ผมตื่นมาอีกทีประมาณ 7 โมงเศษที่ระแวก อ.นาแก (http://t.co/Y0Nrycp4) ซึ่งยังไม่ถึงปลายทาง แต่คง 10-20 นาทีก็คาดว่าคงถึง อ.ธาตุพนม ปลายทางของการเดินทางครั้งนี้

ใกล้ถึงปลายทางของการเดินทางในครั้งนี้ ที่ อ.ธาตุพนม

ผมมาถึงปลายทางที่ บขส ธาตุพนม ประมาณ 7.45 น. ของเช้าวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 เพื่อไม่ให้เสียเวลาผมแบกเป้คู่ใจเดินทางต่อไป โดยใช้แอปฯ Map ในไอโฟนในการนำทางไปสู่องค์พระธาตุพนมที่เป็นเป้าหมายจุดต่อไป สิ่งที่ผมจะทำเป็นอย่างแรกเมื่อไปถึงวัดคือ การไปหาเข้าห้องน้ำและล้างหน้าแปรงฟัน เพราะตอนนี้ผมเริ่มเน่าอย่างที่สุด และที่สำคัญจะได้ทำให้ร่างกายสดชื่นด้วย หลังจากที่นั่งหลังคดหลังแข็งอยู่บนรถทัวร์นานร่วม 11 ชั่วโมง

สถานีขนส่ง อ.ธาตุพนม (Latitude 16.00 N 56.80' 0.00", Longitude 104.00 E 43.25' 0.00")

หลังจากที่ผมไปทำธุระส่วนตัว ก็เดินทางเข้าวัดไปทำบุญซะหน่อย ถือว่าเอาฤกษ์เอาชัยก่อนที่จะไปหาเก็บภาพวิถีชีวิตของผู้คนภายในวัดต่อไป

ขอเสี่ยงเซียมซีก่อน

และนี่ก็เป็นประมวลภาพที่ผมได้ถ่ายในช่วงเสาร์ถึงเย็นวันเสาร์ทั้งวัน

อ่านต่อ »

เรื่องเล่าจากการเดินทาง , , ,

[PS] ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งเมืองสกลนคร ปี 2554

ตุลาคม 13th, 2011

ช่วงออกพรรษาคือช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ทางจังหวัดสกลนครจะจัดให้มีงานประจำปี ที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า “งานประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง และการแข่งขันเรือยาว ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 8-12 ตุลาคม 2554″ ซึ่งงานนี้เป็นงานที่ใหญ่อย่างหนึ่งของจังหวัดเลย ซึ่งความน่าสนใจหลักๆ ของงานก็คงจะเป็นการจัดการแข่งขันพายเรือในทะเลสาบหนองหาร และขบวนการแห่ปราสาทผึ้ง ที่ทางคุ้มวัดต่างๆ และชาวบ้านร่วมกันถอดแบบหล่อที่ทำมาจากขี้ผึ้งต้ม แล้วแกะสลักออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาประดิษฐ์ประดอยจนเป็นปราสาทผึ้งกันอย่างที่เห็น (งานประเพณีออกพรรษาแห่ประสาทผึ้ง : http://sakonnakorn.excise.go.th/pasad.htm)

ผมก็รองานนี้มานานหลายเดือน เพราะไม่อยากที่่จะพลาดงานนี้ เพราะผมก็เป็นคนท้องถิ่น เป็นลูกหลานชาวสกลนคร ที่อยากเผยแพร่งานประเพณีวัฒนธรรมแบบนี้ให้คนอื่นได้รู้จัก จะเรียกว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวก็ได้ครับ ถ้าใครสนใจก็อย่าลืมมาเที่ยวประเพณีแข่งขันเรือยาว แห่ปราสาทผึ้งของสกลนครได้ทุกๆ ปี ช่วงเดือน ตุลาคม ช่วงปลายฝนต้นหนาวได้นะครับ

เรื่องเล่าจากการเดินทาง , , ,

[PS] 1 ชีวิตน้อยๆ ที่ต้องดูแล

สิงหาคม 26th, 2011

เย็นวันพุทธที่ 24 สิงหาคม กิจวัตรประจำวันที่ต้องทำหลังเลิกงาน คือ การนั่งรถเมล์กลับห้อง โดยผมขึ้นสาย 92 คลองตัน-อนุสาวรีย์ชัย ผมเลือกที่จะนั่งแถวหลังสุด แต่สิ่งที่ผมได้เห็นเมื่อนั่งเก้าอี้แถวหลังสุดคือ ที่เก้าอี้ตัวด้านหน้าที่ผมนั่งอยู่นั้น ผมได้เห็นภาพที่แสนอบอุ่นของแม่ที่กำลังอุ้มลูกสาว ทั้งที่จริงภาพแบบนี้คงพบได้เห็นได้ทั่วไป แต่ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อผมกับน้องผู้หญิงที่นั่งข้างๆ กับผมต่างเล่นแหย่น้องด้วยท่าทีหยอกเย้า (เพราะแม่น้องเค้าจับเด็กพาดหลังมา) จะว่าไปแล้วมันเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้เล่นกับเด็ก ผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี และผมก็ไม่พลาดที่จะเก็บภาพจากกล้องมือถือไว้

เรื่องเล่าจากการเดินทาง

[PS] ทริปตะลุยหน้าฝน ณ ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์

สิงหาคม 24th, 2011

นี่เป็นทริปต่อเนื่องที่จัดโดยการนำของพี่ไก๋ พี่ต๊อกและผองเพื่อน ทริปเดียวกันกับตอนที่ไปภูชี้ฟ้าเมื่อปี 2553 นับว่าเป็นทริปที่สนุก บุก ลุย ในบรรยกาศของหน้าฝนที่สายฝนตกฉ่ำลงมาให้ชาวคณะได้ชุ่มฉ่ำหัวใจ และได้บาดแผลจากการเล่นงานของตัวคุ่นอีกหลายคน (ผมก็คือหนึ่งในนั้น 555+)

ทริปนี้เป็นทริปที่จัดในช่วงวันหยุดยาว 3 วัน ช่วงวันแม่ 12-14 สิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยลูกทีมอีก 7 ชีวิต ทั้ง พี่ไก๋ พี่ต๊อก พี่เอี๋ยว พี่หน่อง พี่กต พี่สา และผม (ท็อป) พร้อมด้วยพี่ต้น (คนขับรถ) ที่ได้พาเรามุ่งหน้าสู่จังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อการเดินทาชมป่าเขา เพื่อจุดหมายปลายทางข้างหน้า นั่นก็คือลานสน ปลายทางของเรานี่เอง

เรื่องเล่าจากการเดินทาง