Home > [G] เรื่องทั่วไป > [G] ได้งานที่ชอบ…ได้งานที่ใช่…แล้วตรงสายมันดีอย่างงี้เองรึ ??

[G] ได้งานที่ชอบ…ได้งานที่ใช่…แล้วตรงสายมันดีอย่างงี้เองรึ ??

พฤษภาคม 15th, 2009

นักศึกษาที่จบใหม่หลายๆ คนคงอยากที่จะทำงานในองค์กรต่างๆ ที่ตรงกับสายที่เรียนมา เช่น จบวิศวะก็ได้ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมไซท์งานก่อสร้างหรืองานอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้อง จบหมอมาก็ได้รักษาคนไข้อะไรแบบนั้น แต่จะมีสักกี่คนล่ะที่จบออกมาแล้วได้ทำงานที่ตรงกับสายที่เรียนมาจริงๆ ผมเองก็มีเพื่อนอยู่หลายๆ คนที่พอพวกเขาจบออกมาแล้วต่างได้งานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งๆ ที่เรียนจบเกี่ยวกับศิลปกรรมมา บางคนก็ไปเป็นช่างเสริมสวย บางคนก็ไปเป็นนักบัญชี เป็นสมาชิกสภาอะไรก็ว่ากันไป ซึ่งอันนี้ก็ว่ากันไม่ได้จริงมั้ย ใครอยากเป็นอะไรก็เป็นไปเถอะครับ ขอแค่เรามีความสุขกับงานที่ทำก็พอแระ

ผมเองก็ไม่ได้คิดที่จะเดินทางในแวดวงด้านศิลปะเลย ตั้งแต่สมัยเอ็นทรานซ์ผมยังไม่รู้ตัวเองเลยซ้ำว่าจะเอ็นอะไร มหาลัยอะไร ขออย่างเดียวเรียนอะไรก็ได้ที่ไม่มีคำนวณ แบบรู้สึกว่าตัวเองโง่ก็ได้มั้ง เห็นตัวเลขแล้วตาลาย…ก็เลยอยากเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นี่แหละน่าจะเจ๋งที่สุด ก็เลยไปสอบราชภัฏสกลนครนี่แหละ (มีปัญญาแค่นั้นแหละครับ) เลือกอันดับ 1 เป็นวิทย์คอม แต่ไม่ได้ซะงั้น เฮ้อ…เบื่อหน่ายกับชีวิต แต่ชีวิตกลับผลิกผันครับทางเอกศิลปกรรมต้องการรับคนเพิ่ม ผมก็เลยไปสมัครซะ อย่างๆน้อยๆ สมัยเด็กผมก็ชอบขีดๆเขียนๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วก็มาลงตัวที่โปรแกรมวิชาศิลปกรรมนี่แหละครับ

ตลอดเวลาที่เรียนในรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 4 ปี นั้นผมได้เริ่มฝึกฝีมือมาเรื่อยๆ จนเริ่มคิดว่า เฮ้ย…เอกนี้ใช้ได้แฮะ มีสอนด้านกราฟิกดีไซน์ด้วย ซึ่งตอนสมัยเรียนมัธยมผมได้ศึกษาการเขียนเว็บมาก่อน ประมาณว่าเริ่มเข้าวงการกราฟิกดีไซน์ก็ตั้งแต่สมัยมัธยมนู้นแหละครับ พอมาเรียนที่ราชภัฏยิ่งเข้าทางผมใหญ่เลยทีนี้  เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วผมเริ่มมองอนาคตของตัวเองออกแล้วว่าอาชีพหลังจากที่เรียนจบออกไปเราจะไปทำอะไรกิน นั่นก็คือ

อาชีพคนทำเว็บนี่แหละ (Web  Design)

.

พอหลังจากเรียนจบมาผมก็มุ่งหน้าลงกรุงเทพเหมือนเด็กจบใหม่คนอื่นๆ ที่ต้องการไปหางานทำ สมัครทิ้งไว้ตามเนตไปเรื่อย แต่ก็มีติดต่อกลับมาไม่กี่ราย ก็ได้งานทำเว็บแถวๆ บางเขน ซึ่งเป็นที่แรกและก็เป็นบริษัทขายคอมพิวเตอร์แต่มีรับเขียนโปรแกรมและรับทำเว็บด้วย ซึ่งผมก็ได้ไปอยู่ที่จุดนั้น ทำไปสักระยะรู้สึกว่า มันยังไม่ใข่.. สักเท่าไหร่ เพียงเพราะว่าเว็บที่ทำยังไม่ถึงขั้นที่จะเป็นเว็บดีไซน์จริงๆ เพราะมันเป็นเหมือนระบบแบบฟอร์มกรอกข้อมูลอะไรแบบนั้น ซึ่งจะเน้นหนักไปในการเขียนโปรแกรมมากกว่า ผมเลยอยู่ได้ประมาณ 4 เดือน ผมก็เลยขอออกไปหางานที่อื่นต่อ และหลังจากนั้นเท่าที่ผมรู้มาก็มีคนเข้ามาใหม่ในบริษัทนั้นอีก 6-7 คน ซึ่งคนพวกนั้นมารับตำแหน่งกราฟิกเช่นเดียวกันกับผมก็เริ่มทยอยออกกันเหมือนผมนี่แหละ คงคิดประมาณว่ามันยังไม่ใช่เหมือนผมล่ะมั้ง…แต่ที่บริษัทนี้ดีอย่างคือ พี่ๆโปรแกรมเมอร์ที่ทำงานด้วยกันสนิทกันเองกับผมมาก อาจเป็นเพราะคนในบริษัทน้อยเลยทำให้รู้จักกันง่ายก็เป็นได้ แต่ข้อเสียคือ เวลาเลิกงาน 18.00 น. แต่กลับได้กลับจริง 2-3 ทุ่ม อย่างงี้มันดีปล่าวล่ะ ??

พอออกจากที่เก่าที่บางเขนนั้นก็ได้พักอีก 2 วันคือเสาร์และอาทิตย์ ก็ได้ทำที่ใหม่ต่อเลย คือทำที่ใจกลางเมืองเลยทีนี้ คือ หน้าที่เว็บดีไซน์นี่ล่ะครับ ทำอยู่แถวชิดลม ลง bts สถานีชิดลมเดินอีก 3 นาทีก็ถึงออฟฟิศแระ มาที่นี่รู้สึกว่ามีความเป็นบริษัทในฝันที่เราเคยวาดไว้ว่าต้องเป็นตึกหลายๆ ชั้น (จะว่าไปแล้วมันมีแค่ 7 ชั้น) โดยทำงานที่ชั้น 6 เป็นบริษัทข้ามชาติทำธุรกิจเกี่ยวกับการทำของพรีเมี่ยมของที่ระลึกต่างๆ มาที่นี่ถึงรู้ว่าระบบการทำงานในออฟฟิศเป็นยังไง เพราะมีแต่ละแผนกแบ่งพื้นที่กันอย่างชัดเจน ทำงานที่นี่ได้ประมาณ 11 เดือนก็แฮปปี้กับงานที่ทำ แต่พอมาระยะหลังเริ่มรู้สึกถึงความไม่มั่นคงของบริษัท เพียงเพราะผมสังเกตุว่าพวกเจ้านายมีแผนเอาพนักงานออกเพราะผลมาจากพิษเศรษฐกิจ คนที่ผมรู้จักก็เริ่มหายไปทีละคนสองคน ซึ่งตอนนั้นผมรู้จักคนในนั้น 30 กว่าคนก็เริ่มหายจนไม่เหลือใคร จากแผนกที่ผมอยู่คือแผนกมาเก๊ตติ้งจากคนทั้งหมดประมาณ 11 คนก็เริ่มหายไปทีละคนสองคน บ้างก็ถูกจ้างให้ออกบ้างล่ะ จนในที่สุดก็เหลือผมกับพี่คนหนึ่ง ซึ่งพี่คนนั้นเป็นตำแหน่ง Senior Web designer พอมาระยะหลังพี่คนนั้นก็ถูกเจ้านายดึงตัวให้ไปนั่งหน้าห้องของเจ้านาย ส่วนผมก็ถูกดึงตัวไปเป็นดีไซน์เนอร์ส่วนตัวในห้องเจ้านายซะงั้น (มีเจ้านาย 3 คนด้วยกัน) นั่งจ้องตากันสองคนนั่นแหละครับ ถ้าเจ้านายเป็นคนไทยจะไม่ว่าอะไร แต่นี่เป็นชาวฝรั่งเศสด้วยล่ะซิ แต่แกก็เก่งมากครับพูดไทยได้ เราก็พอรู้ว่าเขาต้องการอะไรก็ชิวๆ อยู่แล้ว เมื่อรู้ว่าบริษัทไม่มั่นคงผมก็วางแผนที่จะหางานที่ใหม่ เพราะผมรู้ว่างานที่ผมรับผิดชอบนั้นใกล้เสร็จแล้ว เพราะถ้าเสร็จผมก็จะไม่มีความสำคัญต่อเขา เป็นผลทำให้ถูกต้อนให้ออกจากงานเหมือนคนอื่นๆ (ประมาณว่าแกหมดประโยชน์เมื่อไหร่โดนเด้งแน่ อะไรแบบนั้น) อีกอย่างงานรับปริญญาของผมก็รับเสร็จแล้ว ก็ไม่มีภาระอะไรอีกแล้ว ผมก็เลยจะออกอีก ทีแรกกะว่าจะไปตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.52 แต่พี่ฝ่ายบุคคลรู้เลยมาพูดกล่อมให้อยู่ถึงสิ้นเดือนแล้วค่อยออก อย่างน้อยๆจะได้มีเงินเก็บก้อนสุดท้ายซึ่งผมก็โอเคตามนั้น พอสิ้นเดือนโปรเจคที่ผมรับผิดชอบก็เสร็จสมบูรณ์ก็ถึงวันที่จะออกจากบริษัทล่ะทีนี้ หารู้ไม่ว่าวันนั้นมีคนถูกจ้างให้ออกประมาณ 10 คน ส่วนที่เหลือประมาณ 4-5 คน รวมทั้งผมด้วยคือขอออกเอง เฮ้อ…ก็อย่างว่าแหละ…อันนี้ก็ยังไม่เป็นงานที่ใช่อยู่ดี

ก่อนที่จะออกจากที่เก่าผมใช้เวลา 1 อาทิตย์หางานจากเน็ต โดยในช่วงที่ยังทำงานที่ชิดลมอาทิตย์สุดท้าย ผมขาดงานไป 3 วันเพื่อไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่ ซึ่งงานที่อยากทำในตอนนั้นคืออยากทำวงการสิ่งพิมพ์ดู เพราะเห็นว่าการทำเว็บดูมันจับต้องไม่ค่อยได้ ก็ได้เจอประกาศของบริษัทเอเชียซอร์ฟว่าต้องการคนมาทำแม็กกาซีน ซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะสมัครไว้ คิดในใจว่าบริษัมใหญ่ขนาดนั้น ถ้าได้ก็แปลกแระ และไม่กี่วันต่อมาทางบริษัทก็เรียกผมไปสัมภาษณ์ แค่ไปสัมภาษณ์เท่านั้นแหละครับ ก็ทำให้ผมเริ่มลุ้นแล้ว อย่างน้อยๆเราก็พอมีโอกาส 50 50 ที่จะได้ทำงานที่บริษัทนี้ ก็ได้พบกับพี่เนตร ซึ่งเป็นพี่ที่ดูแลแผนก Publishing  ตอนที่พี่เขาเทสผมผมก็อ่านหนังสือทบทวนมาบ้าง แล้วพี่เค้าก็ให้ใช้เครื่องแมคจัดหน้าอาร์ดเกมจำนวน 2 หน้า ผมก็ไม่คุ้นกับเครื่องแมคมาก่อน เพราะได้จับครั้งสุดท้ายก็ตั้งแต่สมัยเรียน ปี1-ปี2 นู้น ซึ่งการเทสก็ผ่านไปได้ด้วยดีถึงแม้จะมีการกดปุ่มผิดถูกๆ ไปบ้าง และหลังจากนั้นไม่นานก็มีพี่ฝ่ายบุคคลโทรมาติดต่อเรื่องเซ็นสัญญาทำงาน ผมโคตรดีใจเลย งานที่อยากทำก็ได้ทำจริงๆ ดีใจมากมายเลย พอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ผมก็ได้ทำงานที่ใหม่ต่ออีก สรุปก็คือได้พักอีก 2 วันก็ได้ทำงานที่ใหม่ต่อจากที่เก่า นับว่าผมโชคดีมากครับ

img_4930
ผมเอง / พี่เหม๋ย / ไม่ทราบ / ไม่ทราบ / พี่เนตร
3 หน่อในแผนก ​Publising ครับ

มาถึงตอนนี้ผมแฮปปี้กับที่นี่มาก เป็นตำแหน่งกราฟิกดีไซน์ที่ตรงกับสายที่เรียนมา อย่างน้อยๆ ก็มีงานที่อยากทำให้ทำ มีผลงานที่ตัวเองรับผิดชอบจัดอาร์ตรูปเล่มวางจำหน่ายทั่วประเทศ มีเพื่อนร่วมงานที่ดี พี่ๆ ทุกคนที่ใจดี พี่ๆหัวหน้าที่คุยสนุก พี่ บก.ที่เป็นหนุ่มนักซิ่ง แต่งตัวก็ฟรีสไตล์มาทำงาน มีเกมส์ใหม่ๆ ของบริษัทให้เล่น มีเครื่องแมคจอใหญ่ให้ใช้ มีวิวสวยๆของชั้น 28 ของตึก Um tower ให้มองวิวสวยๆ โอ๊ย สุขใจสบายกายอะไรแบบนี้ อย่างนี้แหละมันถึงเข้าข่ายที่ว่า ได้งานที่ชอบ ได้งานที่ใช่ มันดีอย่างงี้นี่เอง

ผมเริ่มจากทำงานในบริษัทเล็กๆ ไล่มาเรื่อยๆ จนมาถึงจุดนี้ ใครที่กำลังตกงาน หรือยังไม่มีงานก็ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนได้งานที่ชอบ ได้งานที่ใช่เหมือนผมนะครับ

.

…สวัสดี…

.

Comments

comments


[G] เรื่องทั่วไป

  1. na na
    กรกฎาคม 9th, 2009 at 21:23 | #1

    อ่านแล้วยิ้ม

  2. แวะมาดู
    พฤศจิกายน 8th, 2009 at 15:32 | #2

    ผมทำบริษัทขนาดใหญ่ยักษ์มา 2 ที่แล้ว ระบบการทำงานสุดยอดทั้งนั้น
    แต่ก็รู้สึกได้เลยว่ายังไม่ใช่ กำลังจะเปลี่ยนงานอีกแล้ว

    ขอบคุณที่แบ่งปันประสบการณ์ครับ